วิธีตัดเกรดใน Excel

เรามาใช้ฟังก์ชัน IF ในการตัดเกรดนักเรียนนักศึกษากัน ซึ่งหลายๆอาจจะเคยใช้ฟังก์ชัน IF ในการคำนวณอื่นๆมาก่อนแล้วเพราะว่าฟังก์ชัน IF สามารถใช้ได้ในหลายๆเงื่อนไขของการคำนวณใน Excel เริ่มตั้งแต่เงื่อนไขที่ง่ายๆไปจนถึงเงื่อนไขที่มีความซับซ้อน

โดยเราจะมีเงื่อนไขที่ใช้ในการตัดเกรดดังนี้

คะแนนตั้งแต่ 80 ขึ้นไปเกรด 4 หรือ A

คะแนนตั้งแต่ 75-79 เกรด 3.5 หรือ B+

คะแนนตั้งแต่ 70-74 เกรด 3 หรือ B

คะแนนตั้งแต่ 65-69 เกรด 2.5 หรือ C+

คะแนนตั้งแต่ 60-64 เกรด 2 หรือ C

คะแนนตั้งแต่ 55-59 เกรด 1.5 หรือ D+

คะแนนตั้งแต่ 50-54 เกรด 1 หรือ D

คะแนนต่ำกว่า 50 เกรด 0 หรือ F

ขั้นตอนแรกเราต้องมีข้อมูลของนักเรียนนักศึกษาก่อน

จากนั้นเราก็พิมพ์สูตรหรือเงื่อนไข IF ที่จะใช้ในการคำนวณเกรด =IF(B3>=80,”4″,IF(B3>=75,”3.5″,IF(B3>=70,”3″,IF(B3>=65,”2.5″,IF(B3>=60,”2″,IF(B3>=55,”1.5″,IF(B3>=50,”1″,IF(B3<50,”0″))))))))

เมื่อพิมพ์สูตรเสร็จแล้วกด Enter

เราก็จะได้เกรดที่ต้องการคำนวณเรียบร้อยค่ะ เสร็จแล้วก็วางเมาส์ที่มุมล่างขวาของเซลล์แล้ว Copy สูตรลากลงด้านล่าง

การเกรดที่เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษใน Excel

สำหรับการตัดเกรดเป็นตัวอักษร ก็จะมีช่วงลำดับ ดังนี้

  • คะแนนตั้งแต่ 80 ขึ้นไป เกรด A
  • คะแนนตั้งแต่ 75-79 เกรด B+
  • คะแนนตั้งแต่ 70-74 เกรด B
  • คะแนนตั้งแต่ 65-69 เกรด C+
  • คะแนนตั้งแต่ 60-64 เกรด C
  • คะแนนตั้งแต่ 55-59 เกรด D+
  • คะแนนตั้งแต่ 50-54 เกรด D
  • คะแนนต่ำกว่า 50 เกรด F

สามารถทำได้โดยการแก้ไขสูตรดังนี้

=IF(B3>=80,”A”,IF(B3>=75,”B+”,IF(B3>=70,”B”,IF(B3>=65,”C+”,IF(B3>=60,”C”,IF(B3>=55,”D+”,IF(B3>=50,”D”,IF(B3<50,”F”))))))))

จากเดิมที่เราเคยใช้เป็นตัวเลยเราก็มาปรับให้เป็นตัวอักษร เมื่อพิมพ์สูตรเสร็จแล้วกด Enter แล้ว Copy สูตรเหมือนขั้นตอนแรก