น้องแอนดอทคอม

วิธีคิดค่าเสื่อมราคาใน Excel

ค่าเสื่อมราคา หรือ Depreciation Expense คือ ค่าใช้จ่ายที่ตัดออกจากมูลค่าสินทรัพย์ถาวรที่กิจการใช้ประโยชน์ เนื่องจากสินทรัพย์ถาวรเช่น อุปกรณ์ เครื่องจักร รถยนต์ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีไว้ใช้งานเป็นระยะเวลานานและมักมีมูลค่าสูง จึงมีการประมาณการประโยชน์จากสินทรัพย์ถาวรเหล่านี้โดยเฉลี่ยเพื่อตัดเป็นค่าใช้จ่ายแต่ละงวด เพราะสินทรัพย์ก็จะมีการเสื่อมค่าลงตามการใช้งาน ราคาทุนของสินทรัพย์ถาวร ก็จะถูกลดค่าลงด้วยจำนวนค่าเสื่อมราคา นับตั้งแต่วันที่เริ่มใช้จนถึงปัจจุบัน

การคิดค่าเสื่อมราคา

เป็นการกระจายราคาทุนเพื่อไปเป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละรอบระยะเวลา ซึ่งสามารถคำนวณค่าเสื่อมราคาได้หลายวิธีดังนี้ วิธีเส้นตรง, วิธียอดลดลงทวีคูณ, วิธีผลรวมจำนวนปี และวิธีจำนวนผลผลิต ซึ่งในตัวอย่างนี้เราจะใช้วิธีเส้นตรง

ค่าเสื่อมราคา = ราคาทุน – ราคาซาก / จำนวนปี

ค่าซาก หรือราคาซาก (Scrap value) หมายถึง มูลค่าสินทรัพย์คงเหลือเมื่อเลิกใช้งาน กิจการต้องประเมินราคาซากของสินทรัพย์นั้น ๆ ขึ้นมาให้มีความสมเหตุสมผลที่สุด

 ตัวอย่าง

บริษัทซื้ออุปกรณ์สำนักงานราคา 32,000 บาท คาดว่าจะใช้งานได้ 5 ปี และขายซากได้ 2,000 บาท เราสามารถคิดค่าเสื่อมราคาได้ดังนี้

= 6,000 บาท/ปี

วิธีคิดค่าเสื่อมราคาใน Excel

สูตรที่ใช้ในการหาค่าเสื่อมราคาต่อปีคือ =SLN(Cost,Salvage,Life)

หลังจากที่ใส่สูตรเสร็จแล้วให้กด Enter ค่ะ เมื่อเรากด Enter แล้วจะเห็นว่ามี $ ให้เราไปเปลี่ยนโดยคลิกเลือกที่ลูกศรข้าง $ > เลือก More Accounting Formats > เลือก Number แล้วกด OK

เพียงแค่นี้เราก็จะได้ค่าเสื่อมราคาต่อปีเรียบร้อยค่ะ

ตัวอย่าง 2

อีกกรณีหนึ่งเราต้องการทราบว่าอุปกรณ์ที่เราซื้อมาถ้ามีอายุการใช้งาน 2, 3, 4, และ 5 ปี ตามลำดับเราจะคิดค่าเสื่อมราคาอย่างไร

ให้เราสร้างตารางจำนวนปีที่เราต้องการทราบขึ้นมาดังตัวอย่างด้านล่าง จากนั้น Copy ค่าเสื่อมราคาเดิมลงมาค่ะ แค่เปลี่ยนในส่วนของอายุการใช้งาน คือจำนวนปีที่เราต้องการทราบ โดยเลือกตารางที่เป็นจะนวนปีที่ต้องการหา > เลือก Data > เลือก What-If-Analysis > เลือก Data Table

โดยเราจะล็อคข้อมูลที่เป็นอายุการใช้งานว่าเราจะเปลี่ยนแปลงแค่ส่วนนั้น ใส่ข้อมูล $C$3 ใน Column input Cell จากนั้นกดโอเค

แล้วเราก็จะได้ค่าเสื่อมราคาว่าอายุการใช้งานจำนวนแค่เท่านี้ปีเราต้องจ่ายค่าเสื่อมราคาปีละเท่าไหร่